วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2554

กับดัก "สันติวิธี"

นักสันติวิธีเมืองไทย ผู้คลั่งไคล้คานธี ราวกับเทพเจ้าลัทธิของพวกเขา ทั้งที่สภาพแวดล้อมแห่งสถานการณ์ของเขา กับของเราในเวลานี้มันแตกต่างกันลิบลับ คานธีคือนักการเมือง นักต่อสู้เคลื่อนไหวเพื่ออิสรภาพจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เขาต่อสู้กับผู้ปกครองอาณานิคมคืออังกฤษ อันที่จริงพูดก็พูดเถอะ นั่นเป็นฝีมือ เป็นความสำเร็จของคานธีและวิธีการอหิงสา ของเขาหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หลายๆประเทศก็เริ่มปลดปล่อยอาณานิคมของตนในห้วงเวลานั้นเหมือนกัน
สันติวิธี อหิงสา ในไทยเริ่มฮิตระบาดกันมากในแวดวงนักเคลื่อนไหวทางสังคม NGOs หลังเหตุการณ์นองเลือด ปี 2535 เป็นต้นมา ก็มักจะหยิบยกเอาแนวทางนี้มาอ้าง ในการระดมผู้คนให้เข้าร่วม เพราะทำให้มีความรู้สึกว่า "ปลอดภัย" ฝ่ายรัฐไม่มีสิทธิ์มาปราบปราม ทำลายล้างได้ และจะดูขลังเก๋เท่ห์ศิวิไลซ์ ออกแนวติสท์นิดๆ หากใช้แนวทางนี้ โดยจะใช้ในการต่อสู้เรียกร้องในเรื่องเกี่ยวกับอาชีพ ที่ทำกิน วิถีชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากฝีมือรัฐ ได้ผลหรือเปล่าไม่ทราบเพราะเห็นแกนนำโดนยิงกระบาลมาหลายรายแล้ว


แต่ที่ไม่น่าเชื่อ คือฝ่ายผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ ก็ "หาแดก" กับแนวทางสันติวิธีนี้ด้วยเช่นกัน โดยใช้กรอกกระโหลก เป่ากระหม่อม ผู้คนทั้งหลาย เพื่อป้องปราม มิให้ประชาชนเคลื่อนไหวกันด้วยความรุนแรงจนเกินงามลุกลาม จนควบคุมสถานการณ์เอาไว้ไม่อยู่ โดยใช้คาถาสันติวิธีนี้ ครอบจิตใต้สำนึกมันเอาไว้เสีย บางครั้งบางคนเริ่มรู้สึกว่า "นี่ไม่สันติวิธีเสียแล้ว" ก็หันหลังกลับบ้านเสียดื้อๆอย่างนั้นก็มี นับว่าช่วยตัดกำลังได้ผลพอสมควร อย่างน้อยก็ทำให้การชุมนุมไม่ได้สร้างแรงกดดันอะไรได้มากมาย พอที่จะเกิดผลเปลี่ยนแปลงอะไรได้นัก เป็นเพียงแค่สร้างสีสันเอาพอขำๆ แสบๆคันๆ แค่นั้นก็พอ ถ้าเป็นหมอชั่วก็เลี้ยงไข้ไว้หาแดกได้เรื่อยๆ ถ้าเป็น NGOs เลวๆ ก็เขียนจดหมายไปขอทุนสนับสนุนได้เรื่อยๆเช่นกัน

แนวทางนี้สำหรับการเรียกร้องทางการเมือง สำหรับคนเสื้อแดงแล้ว มันทำให้ พื้น-เพดานในการเคลื่อนไหว ค่อนข้างแคบและอึดอัด นักสันติวิธวย บางรายถึงกับบอกว่า การปราศัยบนเวทีไฮด์ปาร์ค หากใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ หรือรุนแรง ก็ถือว่า "ไม่สันติวิธี" เสียอีกด้วย จะเห็นได้ว่าวัตรปฏิบัติยุ่บยั่บไปเสียหมด โอกาสที่จะศีลสันติวิธีขาดมีอยู่สูงทีเดียว ไม่แน่ว่าการใส่สีแดง จะแสดงถึงความรุนแรงไม่เป็นสันติวิธีอีกหรือไม่ เพราะคานธี ใส่สีขาว

แต่ถ้าหากฝ่ายรัฐมันอยากจะให้ศีลสันติวิธีขาดเมื่อใด ก็ง่ายดายเสียเหลือเกิน เพียงแค่ ปล่อยข่าว จุดกระแส ส่งคนเข้าไปแฝงตัวในที่ชุมนุมสร้างสถานการณ์ปั่นป่วนต่างๆนาๆ ทำลายความชอบธรรมเสีย เพียงแค่นี้ก็เป็นข้ออ้างได้แล้วว่า กลุ่มผู้ชุมนุมเหล่านี้ไม่ยึดหลักสันติวิธี สมควรแล้วที่จะต้องฆ่าฟันมันเสียให้สิ้น

จะเห็นได้ว่า คาถาสันติวิธี อหิงสานั้น เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ต่อฝ่ายรัฐเสียมากกว่า ที่จะเป็นเกราะคุ้มภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม หรือเป็นเครื่องมือค้ำประกันได้ว่า การชุมนุมจะปลอดภัยไร้กังวล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงหรือว่ าสนับสนุนการใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกันแต่ประการใด เพียงแค่อยากจะบอกว่า อย่าไปเอาอะไรมาบังคับขู่เข็ญ เอามาใส่กระบาลให้มันรกสมองนักเลย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ นั่นดีที่สุดแล้ว