สืบเนื่องจากกรณี สุรชัย แซ่ด่าน ถูกจับกุมในข้อหาหมิ่นฯ ตามม.112 ทำให้เกิดกระแสการต่อต้านกม.อาญาม.112 กลับมา Hot อีกครั้งในหมู่ปัญญาชน คนอินเตอร์เน็ต บ้างก็สวมกระแสบอกว่านี่คือข้อต่อรองแลกเปลี่ยนให้แกนนำ 7 คนได้ออกจากคุก เล่นเอาแดงทะเลาะกันอีนุงตุงนังไปหมด ซึ่งถือว่าไม่สมเหตุสมผลแต่ประการใด เพราะข้อหานี้ อยากจะจับเมื่อไหร่ก็ได้เมื่อนั้น ฮ่าา
ตาสียายสาดอดไปแจ้งความเข้าเมื่อไหร่เป็นได้เรื่อง กรณีสุรชัย ก็แปลกเพราะแกเองก็ค่อนข้างระมัดระวังตัวอยู่เหมือนกัน การพูดจาตามเวทีปราศัย หรือวงเสวนาเล็กๆ ก็มักใช้สไตล์แบบเป็นที่รู้กัน หรือว่าจะผิดเพราะว่าแกพูดจาเสียดสีก็ไม่ทราบ อย่างว่าคดีนี้หามาตรฐานได้ยากเย็น มันเป็นคดีการเมืองที่ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้มีอำนาจเสียมากกว่า ที่จะยึดตามตัวบทกฎหมาย
คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผสมกันระหว่าง "หมิ่นประมาท" กับ "ดูหมิ่น" ถ้าคุณไม่ได้หมิ่นประมาท หรือว่าดูหมิ่น ก็ไม่น่าจะเข้าข่ายตามมาตรานี้ ตัวอย่างเช่นนักวิชาการที่มีการพูดคุยเรื่องเหล่านี้ในเวทีสัมนาทางวิชาการหลายต่อหลายครั้ง ส่วนใหญ่ก็จะรอดไม่ถูกแจ้งความดำเนินคดี คิดว่าถ้าหากเป็นการแสดงความคิดเห็นในเชิงวิชาการแล้วอาจจะรอดก็เป็นได้ ส่วนกรณีพิเศษอย่าง ส.ศิวรักษ์ ที่เจอคดีนี้บ่อยๆอาจเป็นเพราะแกติดที่จะเหน็บแนม เสียดสีก็เป็นได้ แต่ถ้าพูดตรงไปตรงมาในเชิงวิชาการ คิดว่าไม่น่าจะโดน (แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงเหมือนกัน)
สุรชัยในนามกลุ่มแดงสยาม ก็มักใช้สไตล์ ปราศัยไฮด์ปาร์ค แบบที่ไม่ใช้กันในเวทีสัมนาทั่วไป เพราะคนฟังคงจะหลับ ก็ต้องมีเฮสลับฮากันบ้าง อ้อมไปอ้อมมา ใบ้นิดใบ้หน่อยพอเป็นสังเขปให้เป็นที่รับรู้กัน ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โดนเล่นงานก็เป็นได้ สรุปคือหาบรรทัดฐาน มาตรฐานเกี่ยวกับคดีแบบนี้ได้ยากเย็นเสียเหลืิอเกิน แม้แต่ในการให้สิทธิ์ประกันตัว ดา ตอร์ปิโดนี่ติดคุกระหว่างพิจารณาคดีมา 2 ปีแล้ว ยังไม่ได้รับการประกันตัวเลย
อาจเป็นไปได้ว่า เขาเห็นว่าสุรชัย แซ่ด่านคือตัวอันตรายที่จะต้องกำจัดเสียก็เป็นได้ อีกทั้งยังเป็นการปรามไม่ให้แนวร่วม เคลื่อนไหวอะไรที่โฉ่งฉ่างนัก กระแสการวิพากย์วิจารณ์เกี่ยวกับกฏหมายมาตรานี้เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว โดยนักกิจกรรม นักวิชาการ นักสันติวิธี นักอะไรต่อมิอะไร อาจเป็นกลุ่มที่ไม่ชอบแม้วได้เป็นหัวหอกในการเคลื่อนไหวก็เป็นได้