แต่ยังคงเกี่ยวประเด็นร่วมกันหลวมๆ เคลื่อนไหวเรื่องเขาพระวิหารและปัญหาชายแดนเขมร โดยอีกฝ่ายตีในสภาผ่านทางกลุ่มสว.กระสันต์หา และ ASTV อีกฝ่ายก็ลงพื้นที่สร้างกระแสอยู่เนืองๆ และมีทีวี 13 สยามไท และ FMTV เป็นเครื่องมือในการเผยแผ่ไอเดียรบเขมรมาโดยตลอด ทั้งที่ประเด็นเขมรนี้ถ้าย้อนกลับไปมันก็แค่ ถูกใช้เพื่อเป้าหมายทางการเมืองในการโค่นรัฐบาลสมัคร-สมชาย แต่แล้วกลับม้วยถูกเช็คบิลด้วยฝีมือตุลากามโฉด
แต่ทำอย่างไรได้ก็ในเมื่อหลอกกันเอง ตอแหลกันเองมาจนหลงเชื่อในสิ่งที่ตนเองตอแหลอย่างสนิทใจเสียแล้ว ก็ยากที่จะถอนตัวถอนใจ ก็เลยเคลื่อนไหวสืบเนื่องกันมาตลอด ประเด็นที่เล่นกันให้หวือหวานั่นคือเสียดายศักดิ์ศรีเขาพระวิหาร และผลประโยชน์ทางทะเลที่ "เดา" กันว่ามหาศาลบานตะไท จินตนาการเลยไปถึงขนาดว่าทักษิณเอี่ยวกับเขมรในเรื่องนี้ แต่ถ้ามีสติปัญญา สมองไม่ต้องฉลาดมากก็จะเข้าใจได้ว่ามันคือเรื่องที่ตอแหลหลอกกันเองในหมู่พวกเขา เพราะถ้าหากไทยตกลงกันในเรื่องเขตทับซ้อนทางทะเลได้แบบ Win-Win กับเขมรแล้ว บริษัทที่ได้ก็คือ ปตท.นั่นเอง ซึ่งก็คือแนวทางเดิมที่รัฐบาลยุคทักษิณปฏิบัติสืบเนื่องต่อกันมา
ซึ่งทางผู้มีอำนาจก็เลือกที่จะเดินเส้นทางเดียวกับทักษิณเช่นกัน เพราะคงไม่ควายถึงขนาดจะไปรบกับเขมรเพื่อหวังฮุบทั้งหมด รัฐบาลแมงสาปโง่ๆบื้อๆก็ยังต้องเดินตามแนวทางสมานฉันท์กับเขมรต้อยๆ ทั้งที่เคยยืนเอียงคอ เห่าน้ำลายฟูมปากในสภาฯจะเป็นจะตายเสียให้ได้มาแล้ว ด้วยเหตุนี้เองจึงจำเป็นเสียเหลือเกินที่จะต้อง รื้อโรงลิเกนี้ได้แล้ว การเช็คบิลไชยวัฒน์ก็เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณให้รับรู้ว่าพวกมึงเลิกบ้ากันได้แล้ว ลิเกเลิกแล้ว ที่ผ่านๆมาก็แค่หลอกวัวหลอกควายให้เกลียดชังพวกแม้วเท่านั้นเองแหละไม่มีอะไรเลยจริงๆ ส่วนทียังติดลมรำฟ้อนกันไม่เลิกนี่ก็ช่วยไม่ได้ คงต้องกลับไปปรึกษาจิตแพทย์กันเอาเิอง