ข้อเท็จจริงในเรื่องราวต่างๆที่ปรากฏตามสื่อฯ มักมี 2 ชุดเสมอสำหรับประเทศด้อยพัฒนาล้าหลัง (แต่ชอบตอแหลดัดจริตอ้างว่า ประเทศเ่ก่าแก่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้น (อย่างเป็นทางการ) ของใครหน้าไหนทั้งสิ้น ) กรณีนายพนิช ข้ามแดนไปถูกจับในเขมร เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ยาวนานข้ามปี โดยมีลูกพี่ที่ใช้เวลาช่วงปีใหม่พักผ่อนอย่างสบายหำ ขณะที่เพื่อนฝูงติดคุกอยู่ในเขมร ออกมาเจื้อยแจ้ว ฟังไม่ได้ศัพท์เพราะมันพูดวกวน ฟังแล้วงงงวย
สรุปได้ว่า พนิช ไม่ผิด และไม่มีผลกระทบอะไรกับเรื่องเขตแดนระหว่างไทยกับเขมร ที่พิพาทกันอยู่ นี่คือความจริงชุดที่ 1 ที่เอาไว้ให้บักเสี่ยวบางกอก แม่ยก พ่อยก แฟนคลับได้เคลิบเคลิ้มสบายใจได้ แต่ความจริงชุดที่ 2 หรือเนื้อหาเบื้องลึกเป็นอย่างไรนั้น เคย "เดา" ไปแล้วว่า เขาคงเกี่ยเซี๊ยะกันเรียบร้อยไปแล้ว จะแลกกับอะไรนั้นก็คงไม่มีอะไรมาก นอกเสียจากรับปากว่าจะดำเนินตามแนวทางเดิม ที่ระบอบทักษิณ ได้วางพิมพ์เขียวเอาไว้ (เขียนแปะเพดานไว้ได้เลย)
เช่นเดียวกับกรณีกล่าวหาแกนนำนปช.ว่าเป็นพวกก่อการร้าย ความจริงชุด 1 เอาไว้หลอก บักเสี่ยวบางกอกสมองนิ่ม แต่ดัดจริตทำเป็นอวดฉลาด คนพวกนี้ถูกเป่ากระโหลก ถุยน้ำลายใส่ปาก ให้เชื่อว่า คนเหล่านั้นเป็นผู้ก่อการร้าย และรัฐไทย กำลังตามล่าตามล้างสุดขอบโลก เอาตัวมาลงโทษเสียให้สาสม อะไรประมาณนั้น แต่ความจริงอีกชุดหนึ่งนั้น ทั่วโลกเขาทราบดีว่าอะไรเกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ บุคคลเหล่านั้นได้รับการช่วยเหลือให้ที่พำนักพักพิง ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ
ถ้าหากว่าความจริงชุดที่ 1 เชื่อถือได้ ป่านนี้ ตำรวจสากล มันออกหมายจับให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปเรียบร้อยแล้ว แต่นี่ยังทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง มันคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านสื่อต่างประเทศ อ่านแต่สื่อน้ำเน่าเคล้าโลกีย์ จะหลอกหลอนอย่างไรพวกมันก็ได้ มันคงนั่งสุมหัวขำก๊าก ที่หลอกอะไร ปล่อยอะไรออกมา แฟนคลับ แม่ยก มันก็เชื่อหัวปักหัวปำ
พวกมันไม่ได้ยึดถือแนวทาง Dual Track อะไร เพราะมันไม่สามารถหลอกคนในระดับสากลโลกได้ ทำได้ก็แต่เพียงหลอกภายในประเทศเท่านั้น ซึ่งอะไรจะสำคัญไปกว่าการหลอกให้คนในประเทศเชื่อ ถ้าคนในประเทศเชื่อเสียแล้ว คนนอกประเทศ ทั่วโลกจะเชื่ออย่างไรก็เรื่องของมันปะไร โดยยึดถือโมเดลเกาหลีเหนือเป็นตัวอย่าง ฮ่าาา